Mobile App vs Web App: ธุรกิจคุณต้องการอะไร? - CLEARPATH
CLEARPATH [BKK]
มกราคม 2026 • อ่าน 5 นาที

Mobile App vs Web App: ธุรกิจคุณต้องการอะไร?

"เราต้องการ app"

ผมได้ยินบ่อยมาก บางทีมันเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่บ่อยครั้งไม่ใช่ ผมจะช่วยคุณประหยัดเงินและอธิบายว่าเมื่อไหร่คุณต้องการ mobile app จริงๆ กับเมื่อไหร่ที่ web app (หรือแค่เว็บไซต์มือถือที่ดี) ก็เพียงพอแล้วครับ

ก่อนอื่น: คำจำกัดความ

Mobile App (Native): ติดตั้งจาก App Store หรือ Play Store อยู่ในโทรศัพท์ของคุณ สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับ iOS/Android

Web App: ทำงานใน browser ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ สามารถทำให้ดูเหมือน app ได้ (PWA)

Progressive Web App (PWA): Web app ที่สามารถ "ติดตั้ง" บน home screen ของโทรศัพท์ ทำงาน offline ได้ และส่ง notification ได้ ดีที่สุดของทั้งสองโลกสำหรับหลาย use case

Mobile App

  • มีใน app store
  • เข้าถึง device ได้เต็มรูปแบบ (กล้อง, GPS, sensor)
  • ทำงาน offline ได้เต็มรูปแบบ
  • Push notification
  • Performance เร็วกว่า
  • ค่าพัฒนาสูงกว่า
  • ต้องสร้างแยก iOS + Android

Web App

  • ไม่ต้อง download
  • ใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์
  • อัพเดทง่ายกว่า
  • ค่าพัฒนาต่ำกว่า
  • Codebase เดียว
  • ความสามารถ offline จำกัด
  • ใช้ feature บางอย่างของ device ไม่ได้

เมื่อไหร่คุณต้องการ Mobile App จริงๆ

Native mobile app เหมาะสมเมื่อ:

เมื่อไหร่ Web App ดีกว่า

Web app มักเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าเมื่อ:

ทางกลาง: PWA

Progressive Web App ให้ประโยชน์ของ mobile app หลายอย่างโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสูง:

PWA เหมาะสำหรับ: ร้านค้าอีคอมเมิร์ซ, แพลตฟอร์มจอง, เว็บไซต์เนื้อหา, เครื่องมือง่ายๆ, เครื่องมือภายใน

PWA ไม่เหมาะสำหรับ: เกม, การใช้กล้อง/sensor มาก, อุปกรณ์ Bluetooth, อะไรก็ตามที่ต้องการ OS integration ลึกซึ้ง

เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย

ประเภท ช่วงราคา (บาท) ระยะเวลา
Web App แบบง่าย 50,000 - 150,000 4-8 สัปดาห์
PWA 80,000 - 200,000 6-10 สัปดาห์
Native App (platform เดียว) 150,000 - 400,000 8-16 สัปดาห์
Native App (iOS + Android) 250,000 - 800,000 12-24 สัปดาห์

Native app ยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง: Apple Developer Program (3,500 บาท/ปี), Google Play (875 บาทครั้งเดียว), บวกค่าบำรุงรักษาสอง codebase แยกกันครับ

ข้อพิจารณาเฉพาะประเทศไทย

LINE integration: ถ้าคุณสร้างสำหรับผู้บริโภคไทย LINE มักสำคัญกว่า standalone app LINE Official Account กับ LIFF (LINE Front-end Framework) สามารถทำอะไรได้หลายอย่างที่ app ทำได้ ภายใน LINE ที่ลูกค้าของคุณใช้งานอยู่แล้ว

Mobile-first web: มากกว่า 70% ของ internet traffic ในไทยมาจากมือถือ ประสบการณ์เว็บมือถือที่สร้างได้ดีมักทำงานได้ดีกว่า app ระดับกลางๆ

ค่าใช้จ่าย data: ผู้ใช้บางคนหลีกเลี่ยงการ download app เพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ PWA หรือ web app น้ำหนักเบามีอุปสรรคน้อยกว่าครับ

คำแนะนำของผม: เริ่มต้นด้วย web app หรือ PWA ถ้าคุณเจอข้อจำกัดหรือเห็นความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับ native feature ถึงค่อยลงทุนใน mobile app วิธีนี้ยืนยันไอเดียของคุณด้วยต้นทุนต่ำกว่าก่อนจะมุ่งมั่นกับการพัฒนา native ที่แพง

กรอบการตัดสินใจ

ถามตัวเอง:

  1. ผู้ใช้ต้องการ feature ของ device อย่างลึกซึ้ง (การประมวลผลกล้อง, Bluetooth, background GPS) หรือไม่?
  2. ผู้ใช้จะต้องใช้งาน offline บ่อยหรือไม่?
  3. การถูกค้นพบใน app store สำคัญสำหรับการเติบโตหรือไม่?
  4. ผู้ใช้จะใช้นี้ทุกวัน หลายครั้งต่อวันหรือไม่?
  5. งบประมาณของฉันสูงกว่า 200,000 บาทหรือไม่?

ถ้าคุณตอบ "ใช่" มากกว่า 3 ข้อ → พิจารณา native app
ถ้าคุณตอบ "ไม่" ส่วนใหญ่ → web app หรือ PWA น่าจะดีกว่าครับ

สรุป

ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ต้องการ native app พวกเขาต้องการประสบการณ์มือถือที่ดี นั่นเป็นคนละเรื่องครับ

Web app ที่เร็ว ออกแบบได้ดี ทำงานได้สวยงามบนโทรศัพท์ จะให้บริการธุรกิจ 80% ได้ดีกว่า native app ระดับกลางๆ ที่สร้างด้วยงบประมาณจำกัด

เก็บความฝันเรื่อง app store ไว้ตอนที่คุณยืนยันธุรกิจแล้วและมีงบประมาณที่จะทำมันให้ถูกต้องครับ

ไม่แน่ใจว่าต้องการอะไร?

บอกผมว่าคุณพยายามสร้างอะไร ผมจะให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาครับ

ติดต่อเรา
AI_ASSISTANT
สวัสดีครับ ถามเรื่องบริการ ราคา หรือระยะเวลาได้เลย ผมจะตอบตรงๆครับ